วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ใบงานวิเคราะห์วรรณกรรมของ Homoré de Balzac


A.   Homoré de Balzac


Rastignac, resté seul, fit quelques pas vers le haut du cimetière et vit Paris tortueusement couché le long des deux rives de la Seine, où commençaient à briller les lumières. Ses yeux s'attachèrent presque avidement entre la colonne de la place Vendôme et le dôme des Invalides, là où vivait ce beau monde dans lequel il avait voulu pénétrer. Il lança sur cette ruche bourdonnant un regard qui semblait par avance en pomper le miel, et dit ces mots grandioses : "A nous deux maintenant!"

Et pour premier acte du défi qu'il portait à la Société,


Rastignac alla dîner chez Mme de Nucingen. ( Le Père Goriot )

การวิเคราะห์วรรณกรรมของ
ตัวบทที่ถูกตัดตอนมาจากเรื่อง 
Le Père Goriot 


          



       จากตัวบทข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกตัดมาจากนวนิยายเรื่อง Le Père Goriot พ่อกอริโยต์ เห็นได้จากตัวหนังเอียงจะเป็นชื่อเรื่อง และเป็นส่วนท้ายของนวนิยายที่ยกมาข้างต้น  นวนิยายาเรื่องนี้แต่งโดย  Homoré de Balzac ออนอเร เดอ บัลซัค  ผู้แปลเป็นภาษาไทย คือ ลัดดา วงศ์สายัณห์ นวนิยายเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นในศตวรรษที่ ๑๙ ตัวบทนี้เป็นวรรณกรรมในรูปแบบของร้อยแก้ว La prose 
        ในตัวบทมีการพูดถึงตัวละครตัวหนึ่ง คือ Rastignac  ที่ถูกกล่าวนำในประโยคแรกและในประโยคต่อมาใช้แทนสรรพนามกล่าวแทน (il)  โครงสร้างประโยคไม่ซับซ้อนมาก เป็นโครงสร้างที่พบเห็นทั่วไป ส่วน tense ที่ใช้เป็นpassé simple เช่น fit  <v.faire> ในประธาน il  และยังมี  Imparfait มาใช้ประกอบเพื่อการบรรยายเหตุการณ์อีกด้วย 
       เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ Les singnes de pontuation เป็นไปตามรูปแบบกฏเกณฑ์ของไวยกรณ์อาทิเช่น เครื่องหมาย Le point  ( . )  เพื่อบอกว่าประโยคนั้นจบประโยคแล้ว  เครื่องหมาย  Le virgule  ( , )  เพื่อใช้คั่นรายละเอียดของตัวบท ใช้เครื่องหมาย Le deux point ( : )ใช้แสดงคำพูด  เพื่อแสดงรายเอียดที่สำคัญ ใช้เครื่องหมาย  Les guillemets ( “   ”)   และมีเครื่องหมาย Le point d’excamation ( ! )  เพื่อทำให้เกิดอาการตกใจ และมี pronoms relative ที่เห็นบทความข้างต้นใช้ où  ทำหน้าที่เชื่อมประโยค 2 ประโยคเข้าด้วยกันเพื่อสร้างงานเขียนให้ดูสละสลวยของบทความและหลีกเลี่ยงการซ้ำของคำอีกด้วย ในตัวบทเป็นการพูดถึง 
            อีกทั้งยังบรรยายทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงภาพตามที่ผู้แต่งได้แต่งขึ้น เช่นตอนที่ว่าRastignac, resté seul, fit quelques pas vers le haut du cimetière et vit Paris tortueusement couché le long des deux rives de la Seine, où commençaient à briller les lumières.  และยังมีการเปรียบเปรยในตอนหนึ่งที่ว่า
           จากตัวบทที่ถูกตัดมา กลุ่มของข้าพเจ้าได้ค้นคว้าจากนวนิยายพ่อกอริโยต์ที่ถูกแปลโดยคุณลัดดาวงศ์สายัณห์  โดยท่านได้แปลตัวบทข้างต้นไว้ว่า Il lança sur cette ruche bourdonnant un regard qui semblait par avance en pomper le miel. ผู้อ่านจะรู้สึกถึงความวุ่นวายและจอแจ ที่ผู้แต่งได้เปรียบเทียบไว้เหมือนผึ้ง และเขาที่กระหายน้ำผึ้งที่เปรียบดั่งเมืองกรุงศิวิไลที่มีผู้คนมากมาย
            รัสตินยัคเดินขึ้นไปบนเนินสูงของป่าช้ามองดูตัวเมืองปารีสเบื้องล่างซึ่งค้ดเคี้ยวไปตามสองฝั่งของแม่น้ำแซน ขณะนั้นถึงเวลตามไฟแล้ว สายตาหื่นกระหายของเขาจับจ้องบริเวณระหว่างเสาสูงของจตุรัสว็องโดมกับยอดโดมของสถานพยาบาลเดแซ็งวาลีดส์อันเป็นที่พำนักอาศัยของสังคมหรูหรา ซึ่งเขาปราถนาจะเป็นส่วนหนึ่งด้วย เขาจ้องมองรังผึ้งที่เคลื่อนไหวคึกคักนี้ด้วยสายตาคล้ายจะดูดน้ำหวานมาไว้ก่อนล่วงหน้า และกล่าวถ้อยคำอันภาคภูมิไว้ว่า 
   "ถึงคราวของเราทั้งสองบ้างแล้วละ"
  รัสตินยัคเริ่มจู่โจมท้าทายสังคมชั้นสูงนี้ ด้วยการไปกินอาหาค่ำที่คฤหาสน์ของมาดาม เดอ นูซิงเก้น

          จากตัวบทที่เห็นแก่นเรื่องที่สำคัญ พูดถึงเมืองปารีส เพราะจากตัวบทนั้นตัวะครหลัก คือ รัสตินยัคกำลังพรรณนาเมืองปารีสจากสายตาและความรู้สึก ทั้งยังพูดถึงสถานที่สำคัญ ที่เห็นได้ชัดคือ la place Vendôme et le dôme des Invalides และแก่นสำคัญยังพูดถึงความทะเยอทะยานของตัวละคร หากได้มีโอกาสอ่านย้อนกลับไปจากนวนิยายเล่มนี้ ผู้แต่งพูดถึงตัวละครเด็กหนุ่มที่เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง และอยากแทรกตัวเข้าไปสู่สังคมศิวิไล นั่นเเสดงให้เห็นในตัวบทที่ถูกตัดมาในตอนท้ายด้วยคำพูดที่ว่า
"ถึงคราวของเราทั้งสองบ้างแล้วละ" "A nous deux maintenant!" Nous ในที่นี้ แสดงให้ถึงผู้พูดหรือรัสตินยัคที่กำลังพูดถึงเมืองปารีส และนั่นเองแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของตัวละครนี้
       
            แนววรรณกรรมสัจนิยม ซึ่งประยุกต์ใช้แนวคิดและกลวิธีเชิงวิทยาศาสตร์ในการสร้างสรรค์งานวรรณกรรม ในช่วงเวลาเดียวกัน มีผู้ที่ไม่นิยมชมชอบแนวทางแบบวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเขียนแนวสัญลักษณ์นิยมและอารมณ์นิยม ถ้าชอบแบบไหน ก็เลือกได้ตามอัธยาศัย เพราะมีสำนักวรรณกรรมที่หลากหลายและแตกต่างกัน  โดยบัลซัคใช้แนวสัจนิยมในการแต่ง โดยจะเห็นจากผลงานของเขาที่สมจริง โดยกลุ่มของข้าพเจ้าสังเกตได้จาก la place Vendôme et le dôme des Invalides ที่มีอยู่จริง และปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน 

             ออนอเร เดอ บัลซัค (Honore de Balzac) นักเขียนนวนิยายผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส เสียชีวิต บัลซัคเกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2342 ที่เมืองตูส์ (Tours) รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก เข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ (Sorbonne University) หลังจากทำงานด้านกฎหมายได้ไม่นานก็ตัดสินใจที่จะเป็นนักเขียน ย้ายไปอยู่ปารีสและเริ่มเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ในระยะแรกเขาเขียนนิยายหลายเรื่องในหลายนามปากกา แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากสำนักพิมพ์เสมอ แม้พ่อแม่จะพยายามชักชวนกลับบ้านและบอกให้เขาล้มเลิกความตั้งใจเสีย แต่เขาเชื่อเสมอว่า หนทางที่ง่ายที่สุดที่จะเป็นนักเขียน คือการลงมือเขียน เขาเคยตั้งสำนักพิมพ์แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ภายหลังเขาเริ่มมองเข้าไปในโครงสร้างสังคมด้วยสายตาแบบนักหนังสือพิมพ์ โดยไม่ปฏิเสธความจริงในสังคม แล้วบอกเล่ามันอย่างรอบด้านและสมจริง ในปี 2372 นิยายเรื่องแรก Les Chouans ที่เขาใช้ชื่อจริง ก็ประสบความสำเร็จ ตลอดชีวิตบัลซัคเขียนนิยายประมาณ 100 เรื่อง ยังไม่รวมเรื่องสั้นและบทละครอีกจำนวนมาก ผลงานที่สำคัญได้แก่ The Human Comedy (La Comedie humaine รวบรวมผลงานของบัลซัค 95 เรื่อง)พ่อกอริโยต์ (Le P’ere Goriot), สาวสามสิบ (La Femme de trente ans) ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องสุขนาฏกรรม ใช้ภาษาพรรณนาบรรยากาศอย่างสวยงาม บัลซัคเป็นผู้บุกเบิกการเขียนวรรณกรรมที่เน้นความสมจริงจนได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งนวนิยายสัจนิยมยุโรป" และ "นโปเลียนแห่งอาณาจักรวรรณกรรม"
ออนอเร เดอ บัลซัค

ออนอเร เดอ บัลซัคนักเขียนนวนิยายฝรั่งเศสเสียชีวิต, ออนอเร เดอ บัลซัคนักเขียนนวนิยายฝรั่งเศสเสียชีวิต หมายถึง, ออนอเร เดอ บัลซัคนักเขียนนวนิยายฝรั่งเศสเสียชีวิต คือ, ออนอเร เดอ บัลซัคนักเขียนนวนิยายฝรั่งเศสเสียชีวิต ความหมาย, ออนอเร เดอ บัลซัคนักเขียนนวนิยายฝรั่งเศสเสียชีวิต คืออะไร




                    



  สมาชิก
นางสาวชนกนันท์ มณีเรือง  รหัสนิสิต 56261696
นางสาวพิมพการต์ สมัคร    รหัสนิสิต 56261832
นางสาวภัทราวดี ใจเร็ว        รหัสนิสิต 56261856
นางสาววิภาวี บุญคง            รหัสนิสิต 56261931
นางสาวศิญาภรณ์ หนูเมือง  รหัสนิสิต 56261979

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น