วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แก้ไขบทวิจารณ์ศตวรรษที่ 19

  B. (…) C’est surtout dans le roman du XIXe siècle que le genre du portrait  devient incontournable  va  servir à definer les personages selon trios critères fondamentaux, abondamment croisés.
Critères physiques : traits du  visage, allure, pose du corps.
Critères phychologiques , moraux : sentimants, caractère, pensées des héros.
Critères sociaux : appurtenance à un milieu défini , vêtements, habitat, langage, métier, frequentation, ideologies.                                                                                                                                  
Les écrivains du XIXe siècle vont même s’appliquer à observer et à examiner les caractères  d’après le physique des individus  d’où  les nombreuses  comparaisons  animales qui émaillent  les œuvres de Balzac ou de Zola.

จากส่วนหนึ่งของตัวบทวิจารณ์ที่กล่าวไว้ว่า นักเขียน”ทุกคน (Surtout)” ในศตวรรษที่ 19 (XIXe) มีแนวคิดในการสรรค์สร้างผลงานในหลักปรัชญาแบบปฏิฐานนิยม ซึ่งหมายถึงวิธีแบบวิทยาศาสตร์ที่มีรากฐานอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์ กล่าวคือ สิ่งที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นสิ่งที่เป็นจริงและเป็นความรู้ที่ยอมรับได้( ดร.อิศรัฏฐ์ รินไธสง, มหาวิทยาลัยทักษิณ) ,อเทวะนิยม ซึ่งหมายถึง ความเชื่อว่าไม่มีพระเจ้า และเชื่อในกฎธรรมชาติ (พจนานุกรมศัพท์ปรัชญา อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2548)   และยึดหนักการพิสูจน์แนวทางในกฎสามข้อ นั่นคือ : การวิเคราะห์ทางด้านกายอันหมายถึง รูปร่าง ใบหน้า ร่างกาย , จิตใจ หรือ อารมณ์ความรู้สึก และ สังคมรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ เครื่องนุ่งห่ม อาชีพการงาน ...  โดยแนวคิดนี้ได้ส่งผลมากต่อผลงานทางด้านวรรณกรรมในศตวรรษที่ 19

ถามถึงความคิดเห็นต่อบทวิจารณ์นี้ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ขอตอบว่า “ไม่เห็นด้วย” ด้วยสาเหตุที่ว่า บทวิจารณ์นี้ใช้คำว่า “นักเขียนทุกคน” ซึ่งย้อนแย้งกับความจริงที่ปรากฏในสมัยนั้น , โดยในศตวรรษที่ 19 จะมีแนวหลักของพัฒนาการของวรรณกรรมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Romantisme , Symbolisme, Naturalisme , Realisme ,… โดยแต่ละด้านก็จะมีแนวการสร้างสรรค์วรรณกรรมตามหลักปชัญาความเชื่อแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างคือ Alfred de Musset , George และ Chateaubriand ที่เป็นกวีในวรรณกรรมประเภท Romantisme  ซึ่งแนวเขียนของวรรณกรรมแนวนี้จะใช้อารมณ์ ความรู้สึก จินตนาการเหนือปัจจัยอื่น รวมทั้งการสร้างวรรณศิลป์เพื่อให้เกิดความไพเราะในบทประพันธ์ และด้วยเหตุที่อารมณ์ความรู้สึกอยู่เหนือหลักปัจจัยใดๆนี่เอก คำว่า “นักเขียนทุกคน” เขียนผลงานภายใต้หลักปรัชญาปฏิฐานนิยมจึงไม่สามารถใช้อิธบายผลงานใน XIXe ได้ ,แม้แต่ Charles Baudelaire นักเขียนผู้รังสรรค์ผลงานด้วยแนวทาง Symbolisme, ถึงจะมีแนวคิดแบบสัจจะนิยมและปฏิฐานนิยมในบทความเชิงวิจารณ์ของเขา แต่ก็ยังปฎิเสธแนวคิดร่วมสมัย และมุ่งหาแนวทางศิลปะบริสุทธิ์ หรือที่เรียกว่า "ศิลปะเพื่อศิลปะ" ( l'art pour l'art ) แทนการสร้างวรรณกรรมเพื่อชีวิต (la littérature engagée)1 .

จากตัวอย่างนักขียนภายใต้แนววรรณกรรมที่แตกต่างจึงบอกได้ว่า ไม่ใช่นักเขียนทุกคนในศตวรรษที่ 19 ที่ใช้กฎเกณฑ์ตามที่บทวิจารณ์กล่าวไว้ แต่ในทางกลับกันหากบทวิจารณ์เลือกที่จะใช้คำว่า “นักเขียนที่มีแนวคิดแบบธรรมชาตินิยม และสัจจะนิยม ในศตวรรษที่ 19 มีแนวทางการเขียนดังกล่าวข้างต้น ... อย่างเช่น Zola และ Balzac ” ถึงจะน่าเห็นด้วย เนื่องจากได้มีการณ์รวบรวมไว้ในแหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับหลักปรัชญาของสองนักเขียนที่ทางบทวิจารณ์ยกตัวอย่างมาเรียบร้อยแล้วว่า Zola และ Balzac ได้มีแนวทางการสร้างสรรค์วรรณกรรมอย่างที่กล่าวไว้จริง เช่น Le Père Goriot (1835) ของ Balzac  อีกทั้ง August Comte เองก็เป็นนักเขียนอีกคนที่มีแนวคิดแบบปฏิฐานนิยมเช่นกัน 

* 1: http://elearning.nu.ac.th/mod/page/view.php?id=9601 [2015.11.22]

 

นาย  วรปรัชญ์  เลอไพศาล   56261900

นางสาว  มานิตา   แสงจันทร์   56261870

นางสาว  บุษรา    สุขเสนา    56261788

นางสาว อัญญาวรรณ   วงศ์ทรัพย์  56262020

นางสาว  ดุษฎี    กระโห้ทอง   56261757

 





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น