B. (…) C’est surtout dans le roman du XIXe
siècle que le genre du portrait devient
incontournable va servir à definer les personages selon trios
critères fondamentaux, abondamment croisés.
Critères physiques : traits du visage, allure, pose du corps.
Critères phychologiques , moraux : sentimants,
caractère, pensées des héros.
Critères sociaux : appurtenance à un milieu défini ,
vêtements, habitat, langage, métier, frequentation, ideologies.
Les écrivains du XIXe siècle vont même s’appliquer à
observer et à examiner les caractères
d’après le physique des individus
d’où les nombreuses comparaisons
animales qui émaillent les œuvres
de Balzac ou de Zola.
จากส่วนหนึ่งของตัวบทวิจารณ์ที่กล่าวไว้ว่า
นักเขียน”ทุกคน (Surtout)” ในศตวรรษที่ 19
(XIXe) มีแนวคิดในการสรรค์สร้างผลงานในหลักปรัชญาแบบปฏิฐานนิยม
ซึ่งหมายถึงวิธีแบบวิทยาศาสตร์ที่มีรากฐานอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์ กล่าวคือ
สิ่งที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5
เป็นสิ่งที่เป็นจริงและเป็นความรู้ที่ยอมรับได้( ดร.อิศรัฏฐ์
รินไธสง, มหาวิทยาลัยทักษิณ) ,อเทวะนิยม ซึ่งหมายถึง ความเชื่อว่าไม่มีพระเจ้า
และเชื่อในกฎธรรมชาติ (พจนานุกรมศัพท์ปรัชญา
อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2548)
และยึดหนักการพิสูจน์แนวทางในกฎสามข้อ นั่นคือ :
การวิเคราะห์ทางด้านกายอันหมายถึง รูปร่าง ใบหน้า ร่างกาย , จิตใจ หรือ อารมณ์ความรู้สึก และ สังคมรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่
เครื่องนุ่งห่ม อาชีพการงาน ...
โดยแนวคิดนี้ได้ส่งผลมากต่อผลงานทางด้านวรรณกรรมในศตวรรษที่ 19
ถามถึงความคิดเห็นต่อบทวิจารณ์นี้ ว่าเห็นด้วยหรือไม่
ขอตอบว่า “ไม่เห็นด้วย”
ด้วยสาเหตุที่ว่า บทวิจารณ์นี้ใช้คำว่า “นักเขียนทุกคน”
ซึ่งย้อนแย้งกับความจริงที่ปรากฏในสมัยนั้น , โดยในศตวรรษที่
19 จะมีแนวหลักของพัฒนาการของวรรณกรรมหลากหลายด้าน
ไม่ว่าจะเป็น Romantisme , Symbolisme, Naturalisme , Realisme
,… โดยแต่ละด้านก็จะมีแนวการสร้างสรรค์วรรณกรรมตามหลักปชัญาความเชื่อแตกต่างกันไป
ยกตัวอย่างคือ Alfred de Musset , George และ Chateaubriand
ที่เป็นกวีในวรรณกรรมประเภท Romantisme ซึ่งแนวเขียนของวรรณกรรมแนวนี้จะใช้อารมณ์
ความรู้สึก จินตนาการเหนือปัจจัยอื่น
รวมทั้งการสร้างวรรณศิลป์เพื่อให้เกิดความไพเราะในบทประพันธ์
และด้วยเหตุที่อารมณ์ความรู้สึกอยู่เหนือหลักปัจจัยใดๆนี่เอก คำว่า “นักเขียนทุกคน”
เขียนผลงานภายใต้หลักปรัชญาปฏิฐานนิยมจึงไม่สามารถใช้อิธบายผลงานใน XIXe ได้ ,แม้แต่ Charles Baudelaire นักเขียนผู้รังสรรค์ผลงานด้วยแนวทาง Symbolisme, ถึงจะมีแนวคิดแบบสัจจะนิยมและปฏิฐานนิยมในบทความเชิงวิจารณ์ของเขา
แต่ก็ยังปฎิเสธแนวคิดร่วมสมัย และมุ่งหาแนวทางศิลปะบริสุทธิ์ หรือที่เรียกว่า
"ศิลปะเพื่อศิลปะ" ( l'art pour l'art ) แทนการสร้างวรรณกรรมเพื่อชีวิต (la littérature engagée)1 .
จากตัวอย่างนักขียนภายใต้แนววรรณกรรมที่แตกต่างจึงบอกได้ว่า
ไม่ใช่นักเขียนทุกคนในศตวรรษที่ 19 ที่ใช้กฎเกณฑ์ตามที่บทวิจารณ์กล่าวไว้
แต่ในทางกลับกันหากบทวิจารณ์เลือกที่จะใช้คำว่า
“นักเขียนที่มีแนวคิดแบบธรรมชาตินิยม และสัจจะนิยม ในศตวรรษที่ 19 มีแนวทางการเขียนดังกล่าวข้างต้น ... อย่างเช่น Zola และ Balzac ” ถึงจะน่าเห็นด้วย
เนื่องจากได้มีการณ์รวบรวมไว้ในแหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับหลักปรัชญาของสองนักเขียนที่ทางบทวิจารณ์ยกตัวอย่างมาเรียบร้อยแล้วว่า
Zola และ Balzac ได้มีแนวทางการสร้างสรรค์วรรณกรรมอย่างที่กล่าวไว้จริง
เช่น Le Père Goriot (1835) ของ
Balzac อีกทั้ง August Comte เองก็เป็นนักเขียนอีกคนที่มีแนวคิดแบบปฏิฐานนิยมเช่นกัน
นาย วรปรัชญ์ เลอไพศาล
56261900
นางสาว มานิตา แสงจันทร์
56261870
นางสาว บุษรา สุขเสนา
56261788
นางสาว อัญญาวรรณ
วงศ์ทรัพย์ 56262020
นางสาว ดุษฎี กระโห้ทอง
56261757
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น